คัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับไท้เสียงเหล่ากุง (พระศาสดาในลัทธิเต๋า) มีการกล่าวถึงรายละเอียดสำคัญที่เชื่อมโยงกับเทพเจ้ากลุ่มดาวเหนือไว้ดังนี้
การระบุอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเทพเจ้าใน พระคัมภีร์ไท้เสียงเหล่ากุงตรัสแสดงดาวเหนือ ระบุว่าแท้จริงแล้วคณะเทพเจ้ากิ้วอ๋องไต่เต่เดิมมีเพียง 7 พระองค์ และเป็นองค์เดียวกับ ปักเต้าแชกุง (เทพแห่งดาวเหนือ)
ทิพยรูปที่เป็นเทวนารี คัมภีร์เล่มเดียวกันนี้เรียกคณะเทพกลุ่มนี้ว่า พระมหาเทพีสัปตดาวเหนือ (ต้าเซิ่งเป่ยโต่วฉีหยวนจุน) ซึ่งการใช้คำว่า หยวนจุน ในคัมภีร์เป็นข้อพิสูจน์ว่าดั้งเดิมนั้นทรงมีเทวลักษณะเป็นเทพนารี
การปรากฏกายต่อมนุษย์ใน พระคัมภีร์อัฏฺฐวีสติบทของไท้เสียงเหล่ากุง มีการบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่ พระ
เจ้าฮั่นหมิงตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่น ได้ทรงพบกับคณะเทพนารีกลุ่มดาวเหนือ ณ ภูเขาจงหนาน
รายละเอียดการแต่งกายในอดีตคัมภีร์ได้พรรณนาลักษณะของเทพนารีกลุ่มนี้ไว้อย่างละเอียดว่า ทรงปรากฏในรูปลักษณ์ของสตรีดรุณี (หญิงสาว) สวมชุดธรรมดา ปล่อยผมสยาย และไม่สวมรองเท้า
ความเชื่อมโยงกับพระแม่เต้าบ้อ แม้ในตัวบทคัดย่อจะไม่ได้ระบุรายละเอียดข้อความในคัมภีร์ส่วนนี้โดยตรง แต่จากภาพถ่ายศาลเจ้าจะเห็นการประดิษฐานพระแม่เต้าบ้อไว้ในตำแหน่งสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับคติความเชื่อในคัมภีร์เต๋าที่ยกย่องพระองค์เป็นพระมารดาของเหล่าเทพดาวเหนือ
ต้นกำเนิดและอัตลักษณ์ดั้งเดิม: แหล่งข้อมูลระบุว่าเดิมที
คณะเทพกลุ่มนี้มีเพียง 7 พระองค์ และเป็นองค์เดียวกับ ปักเต้าแชกุง (เทพแห่งดาวเหนือ)
โดยทรงปรากฏใน ทิพยรูปเป็นเทพนารี ซึ่งใน พระคัมภีร์ไท้เสียงเหล่ากุงตรัสแสดงดาวเหนือ ได้ถวายพระนามยกย่องว่า พระมหาเทพีสัปตดาวเหนือ(ต้าเซิ่งเป่ยโต่วฉีหยวนจุน)
หลักฐานความเป็นเทวนารีการใช้พระนามว่า หยวนจุน (元君) เป็นข้อพิสูจน์สำคัญ เนื่องจากเป็นคำที่ใช้เรียกเทวนารีในลัทธิเต๋าโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ใน พระคัมภีร์อัฏฺฐวีสติบทของไท้เสียงเหล่ากุง ยังบันทึกว่า พระเจ้าฮั่นหมิงตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่น เคยทรงพบกับคณะเทพกลุ่มนี้บน ภูเขาจงหนาน โดยพระองค์ทรงปรากฏกายในลักษณะเป็น สตรีดรุณี (หญิงสาว) ที่สวมชุดธรรมดา ผมสยาย และไม่สวมรองเท้า
การวิวัฒนาการสู่ปัจจุบันในยุคต่อมา ทิพยรูปของพระองค์ได้เปลี่ยน
จากเทพนารีมาเป็น เทพบุรุษ และมีการ เพิ่มจำนวนขึ้นอีกสองพระองค์ รวมเป็นเก้าพระองค์ จิวอ้วงไต่ตี่ ดังที่ผู้ศรัทธาเคารพบูชากันในปัจจุบัน
การประดิษฐานในศาลเจ้า จากภาพถ่ายศาลเจ้า เราจะเห็นคณะเทพเก้าองค์ประดิษฐานเรียงรายกันบนแท่นบูชาลดหลั่นกันไป
โดยมี พระแม่เต้าบ้อ ประดิษฐานอยู่ ณ ตำแหน่งสูงสุดเหนือเทพทุกพระองค์
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นคือ โคมไฟสีเหลือง ที่ประดับอยู่โดยรอบ ซึ่งมีการเขียน
ตัวอักษรจีน 九 (เลขเก้า) เพื่อสื่อถึงคณะเทพทั้งเก้าพระองค์นั่นเอง
ลักษณะการปรากฏกายของ เทพนารีกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ เมื่อครั้งที่พระเจ้าฮั่นหมิงตี้ทรงพบพระองค์บนภูเขาจงหนานไว้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลหรือสาเหตุโดยตรงว่าทำไมพระองค์จึงต้องปล่อยผมสยายและไม่สวมรองเท้า
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
ลักษณะทางกายภาพแหล่งข้อมูลระบุว่าพระองค์ทรงปรากฏในทิพยรูปของ สตรีดรุณีที่สวมอาภรณ์ธรรมดา ซึ่งการปล่อยผมสยายและไม่สวมรองเท้าในบริบทของวรรณกรรมและตำนานจีนโบราณ มักสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ความเป็นอิสระ หรือสภาวะของ ผู้วิเศษ (Immortals) ที่อยู่เหนือสมบัติพัสถานและกฎเกณฑ์ทางโลก
สถานที่ที่พบการพบกันเกิดขึ้นบน ภูเขาจงหนาน ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นแหล่งบำเพ็ญเพียรของนักพรตและผู้วิเศษในลัทธิเต๋า ลักษณะการแต่งกายแบบเรียบง่ายและดูเป็นธรรมชาติจึงสอดคล้องกับบรรยากาศของสถานที่บำเพ็ญตบะ
การเปลี่ยนผ่าน: ลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงทิพยรูปในยุคดั้งเดิม (ยุคราชวงศ์ฮั่น) ก่อนที่จะมี
การเปลี่ยนแปลงทิพยรูปมาเป็นเทพบุรุษที่มีความสง่างามและเป็นทางการมากขึ้น ดังที่เห็นในภาพถ่ายศาลเจ้าปัจจุบันที่มีการฉลองพระองค์อย่างวิจิตร ข้อมูลจากภายนอกแหล่งข้อมูลเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมในทางสัญลักษณ์ของลัทธิเต๋า การปล่อยผมสยาย และ เท้าเปล่ามักสื่อถึง ความบริสุทธิ์ (Purity) และการเชื่อมต่อกับพลังหยิน-หยางของโลกและท้องฟ้าโดยไม่มีสิ่งใดกั้นขวาง นอกจากนี้ยังเป็นลักษณะที่มักพบในเทพเจ้าชั้นสูงที่ลงมาปรากฏกายในลักษณะที่ดูเหมือนสามัญชนเพื่อทดสอบบารมีหรือสื่อสารกับมนุษย์











