แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผ่นเสียง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผ่นเสียง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Friend



สวัสดีครับเพื่อน ๆ และแล้วสงกรานต์ก็ผ่านพ้นไปแล้วราหลาย ๆ ท่านก็กลับมาทำงานตามปกติอากาศในปีนี้ร้อนมากทีเดียวเลยก็วันนี้อีกเช่นกัน(อาจจะมีเรื่องราวดี ๆ )มาแบ่งปันกันอีก

ขอให้ระมัดระวัง อย่าให้เป็นไข้
จงใช้สติปัญญา และสามัญสำนึกที่ดี
เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
ในฤดูที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงมาก
โดยใส่เสื้อผ้าให้บางขึ้น และอื่น ๆ
มีความระมัดระวัง และเตรียมตัวอย่างดีอยู่เสมอ
จงดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดีในแต่ละวัน และทุก ๆ วัน

นิยามของคำว่าเพื่อน

เพื่อนคือใคร ? มิตรที่หวังดีเป็นเพื่อนที่พร้อมจะเกื้อกูล ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่การช่วยเหลือก็อาจจะเป็นอำนวยความสะดวกสบาย ช่วยเหลือในคราวป่วยไข้ หรือช่วยธุรกิจการงาน แต่เพื่อนที่มีความหวังดีจริงๆ  คือ ช่วยให้บุคคลนั้นเป็นคนดี เพราะไม่ว่าจะเป็นคนในบ้าน นอกบ้าน หรือประเทศชาติ หรือโลก ที่จะสงบได้ก็เพราะคุณความดี ไม่ใช่เพราะความไม่ดี

ขอให้เพื่อนทุ่มเทความ

เพียรพยายามทุกอย่างในการเสริมสร้าง

มิตรภาพอันล้ำค่าของเรา

ขอให้พยายามส่งเสริมให้กำลังใจ

ตลอดจนให้ร่วมด้วยช่วยกัน

และสร้างความทรงจำดุจทองคำด้วยกัน

ขอให้เดินบนหนทางอันยิ่งใหญ่

ของความสุขด้วยกัน


วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

记住乡愁{祖宗海}


ประเทศเทศไทยชอบทำลายสิ่งเก่า ๆ จนไม่เหลือสิ่งปลูกสร้างเก่า ๆ เลย ลูกหลาน ชาวจีนในประเทศไทยมีน้อยมากที่จะเข้าใจธรรมเนียมจีนอย่างแท้จริง 记住乡愁 สารคดี เล่าเรื่องชนบทของประเทศจีน ทุกแง่มุมทุกรายละเอียดการถ่ายทำได้อารมณ์ความเป็น อยู่ชาวชนบทของประเทศจีนอย่างแท้จริง มุมมองการถ่ายภาพยอดเยี่ยม ถ้าจะกล่าวถึง ชนบทของประเทศไทศอารธรรมของไทยไม่เหมือนประเทศอื่นมีแต่การทำลายรากเหง้า ประเทศของตนเอง 记住乡愁

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ห้างแผ่นเสียงหน้าเวิ้งนครเขษม




ในยุคหนึ่งเป็นยุคของแผ่นเสียง จากแผ่นครั่งมาเป็นแผ่นเสียง จากแผ่นเสียงมาถึงยุคของเทป บันทึกเสียงจานใหญ่ ๆ แล้วก็มา ถึงยุคของเทปเทปคลาสเซ็ท กล่าวถึงยุคปัจจุบัน เป็นยุคของ DIGITAL ร้านขายแผ่น เสียงในกรุงเทพ ฯ ย่านเวิ้งนครเขษม เหลืออยู่เพียง 3 ร้านเท่าที่เห็นนับว่า เป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งนักถ้าไม่อนุรักษ์ ก็สูญหายไปตามกาลและเวลายุคของ เทปคลาสเซ็ทมีตั้งแต่ปี 1967 จนถึง ปี 2535 จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตอล

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

金鷹




มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำภาพยนต์เรื่องอินทรีย์ทองที่หาดมะนาว ชลบุรี วันที่ 8 ตุลาคม ปี พุทธศักราช 2513 ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งขณะนั้นหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าว มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต ตอนนั้นข้าพเจ้า(บางครั้ง)กำลังขายของอยู่ที่ท้องสนามหลวงจึงรีบซื้อหนังสือพิมพ์มาดูปรากฏว่าเป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้าตกใจมากเพราะหน้าของ มิตร บวม แสดงถึงการถูกกระแทกอย่างแรงจนเสียชีวิต ตัวข้าพเจ้า(บางครั้ง)ดูหนังที่ มิตร แสดงเกือบทุกเรื่องโดยเฉพาะ มนต์รักลูกทุ่ง ซึ่งมิตร นำแสดงกับ เพรชรา เชาวราช บางครั้งดูไป 7 รอบ ชอบ เพลง ของไพรวัลย์ ลูกเพรช สมัยโน้นฉายที่ โรงภาพยนต์ โคลีเซี่ยม ยมราช โกยรายได้ 10 ล้านกว่าบาท ถ้าเทียบกับเงินในสมัยนับเป็น 100 ล้านเลยก็ว่าได้ เข้าเรื่อง มนต์รัก

ลูกทุ่ง เป็นเพลงที่ไพเรามากจับใจ ไพลวัลย์ ลูกเพรช ร้องนี่เหมาะสมที่สุด มิตร ชัยบัญชา ตายไปเกือบ 40 ปีแล้ว สุรพลสมบัติ เจริญ ตายก่อน (ปี 2511 หลังจากนั้น 2 ปี มิตร ชัยบัญชาก็มาจากไปอีกคนหนึ่ง ในยุคนั้น เป็นยุคของ มิตร - เพรชรา จริง ๆ ถ้าได้แสดงประกบกันเมื่อไรรับรองคนล้นโรง(หนัง)โรงหนังสมัยนั้นไม่เหมือนสมัยปัจจุบันนี้ โรงหนังกระจายอยู่ย่าต่าง ๆ เช่น แถวเยาวราช ก็มีหลายโรง คือ โอเดียน เวิ้งนครเขษม เป็นต้น ส่วนย่าน วังบรูพา ก็มีแน่ ๆ คือ เฉลิมกรุง(ยังอยู่) แกรนด์ - คิงส์ ควีนส์ ย่านถนนเพรชบุรี ก็มี ฮอลลีวู๊ด พาราเมาท์ เพรชราม่า โรงหนังเมโทร ปากคลองตลาดก็มี โรงหนัง เอ็มไพร ส่วน โคลีเซี่ยม ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปนานแล้ว และก็มี เฉลิมเขตต์ (อยู่ใกล้ ๆ ร.พ หัวเฉียวในปัจจุบัน) เฮ้อ...........บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงตามสังสารวัฏร จะเขียนต่อดีมั๊ยหว่า ?

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

韋馱菩薩


วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนเลี้ยงวัวของพระพุทธเจ้า(พิมพ์สดจากหนังสือ)


เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านจิตใจ มีตา - ยาย 2 คนยากจนมากจึงเดินทางไปซื้อของดีจากพระพุทธเจ้า"จิตใจของกระผมแห้งแล้งเหลือ เกิน
เอาวัวชื่อ ศีลธรรม พันธุ์ สัจธรรมนี้ ไปเถอะ ตา - ยายไปเลี้ยงดูให้ดี ไถ - หว่านเมล็ดแห่งมรรคผลนิพพานน่ะ
พระพุทธองค์ทรงตรัสพร้อมกับมอบวัวตัว นั้นให้แก่ 2 ยาจก เมื่อหมู่บ้าน จิตใจได้วัว ศีลธรรมมา ฝนก็ตกทำให้ดินที่แห้งแล้ง ชุ่มชื่น ชาวบ้านจึงไถ - หว่านเมล็ดแห่งมรรผลนิพพานที่หว่านบนเนื้อนาบุญให้งอกงามแตกกอและออกรวง เหลืองอร่ามไปไปทั้งทุ่ง ชาวบ้านจึงเก็บเกี่ยวใส่ยุ้งฉางได้มีกิน - มีใช้กันอย่างอุดมสมบูรณ์ มีสันติสุขทั่วหน้ากัน หม่บ้านจิตใจ ของเรารวยแล้ว เพราะวัว ศีลธรรม พันธุ์ สัจจธรรมตัวนี้ ชาวบ้านต่างสรรเสริญคุณค่าของวัวอย่างปลื้มปีติ เราต้องสร้างคอกเพื่อให้วัวได้อาศัย 

นี่เป็นมติชาวบ้าน จิตใจ ดังนั้น ต่อมาอีกไม่นาน คอกวัวก็ถูกสร้างขึ้นชื่อว่า วัดวาพิธีีกรรม ศีลธรรม เจ้าวัวผู้นำสันติสุขมาสู่จิตใจ ก็ได้อาศัยอยู่ในคอกแห่งนั้นมันทำงานรับใช้คนที่เลี้ยงมันอย่างขยันขันแข็ง
หลาย ปีต่อมา ตาและยายป่วยหนัก รู้ตัวว่าไม่รอดแน่แล้วจึงสั่งเสียลูก - หลานว่า จงช่วยกันเลี้ยงวัวของพระพุทธเจ้าให้ดีเพราะเป็นวัวที่มีคุณค่าต่อหมู่บ้าน ของเรา หลาน ๆ รับคำด้วยความสะเทือนใจต่างร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เมื่อตา - ยาย ขาดใจตายจากพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
แต่เนื่องจากหลาน เป็นคนเจ้าสำราญ หลงในอารยธรรม แมลงเม่าระเริงเล่นอยู่แต่กับแสง - สี และวัตถุนิยมจนลืมดูแลวัว
จึงมีพญามารตนหนึ่งได้เอาเขาวัวไปใส่ให้เสือ ร้ายแล้วพาเสือร้ายไปที่คอกวัว
ส่วนวัวของพระพุทธเจ้าได้กลิ่นเสือจึง เตลิดหนีเข้าป่าไป พญามารได้เปิดคอกวัวให้เสือร้ายที่สวมเขาวัวได้เข้าไปอาศัยอยู่แทนวัวของพระ พุทธเจ้า
ดังนั้น...ต่อมาที่หมู่บ้าน จิตใจ หลานผู้โง่ - เซ่อคิดว่าตัวเองฉลาดเก่งกล้าจึงหลงเลี้ยงดูรักษาแต่คอกววัที่ไม่มีวัวอัน แท้จริง ท้องนาแห่ง บุญแห้งแล้งอีกแล้ว วัวกินเลือด - เนื้อแทนหญ้าและขี้เกียจไม่ยอมลากไถพรวนดินเอาแต่นอนรับการบำรุงเท่านั้น และแล้ว หมู่บ้าน จิตใจ ก็กลับมายากจนอีกวาระหนึ่ง...................จบ....................... (วัวของพระพุทธเจ้า)



หมาย เหตุ.........บทความนี้คัดลออกมาจากหนังสือ ไอ้เซ่อ - เจอไอ้ซ่า ตั้งใจพิมพ์คัดลอกออกมาเพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มาก - ก็น้อย เป็นการเพิ่มข้อมูลใหม่ ๆ ขึ้นบนอินเตอร์เนท จะพยายามหาบทความมาพิมพ์เรื่อย ๆ เท่าที่กำลังของตนเองจะมีเท่าที่ทำได้ เหมือนดังเช่น - วัชรเฉทิกปรัชญาปรามิตาสูตร ก็ได้คัดลอกมาจากหนังสือเช่นกันอยากให้ช่วยกันเผยแพร่ต่อ ๆ ไป จะได้มีตัวเลือกในการศึกษาธรรมเพิ่มขึ้น และมีข้อมูลใหม่ ๆ ไม่ซ้ำกับเว็บอื่น ขออนุโมทนา โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะนำสนอข้อมูลใหม่ ๆ มาลงทางอินเตอร์เนทไปเอาจากเว็บอื่นมาบ้าง พิมพ์คัดลอกจากหนังสือบ้างจะเป็นการดีสำหรับผู้ที่สนใจทางธรรมจริง ๆ(บางเรื่องยาวเกินไปก็พิมพ์ไม่ไหว)

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ยอมโง่บ้างก็ดี





คำพ่อ คำแม่ ->ยอมโง่บ้างก็ดี

โดยพระธรรมกิตติวงศ์ ทองดี สุรเตโช ป.ธ.9 ราชบัณฑิต วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ
ลูกรัก.....การทำตัวมีน้ำใจ เป็นคนซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา รักความยุติธรรมนั้นคนอื่นเขาอาจมองว่าเราโง่ ไม่รู้จักกอบโกย ไม่รู้จักทำมาหากินไม่ถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก
ก็ยอมให้เขามอง ห้เขาว่าไปเถอะ ยอมให้เขาว่าโง่ ดีกว่าจะเป็นคนไร้น้ำใจไม่ซื่อสัตย์ไม่ยุติธรรม
เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ตรงไปตรงมา แม้จะไม่ร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้เหมือนเขานัก แต่เราก็สบายใจ ครอบครัวเราอาจขาดแคลนไปบ้าง แต่ก็อบอุ่น อยู่กันพร้อมหน้า ไม่วิตกกังวลหรือหวาดระแวงอะไรมาก

ระหว่างร่ำรวย แต่ไม่อบอุ่นกับอบอุ่นแต่ไม่ร่ำรวย ลูกจะเลือกทางไหน ?
มีคนส่วนหนึ่ง ต้องเชิดคอทำหน้าชื่นอยู่ในสังคม มีเวลาไว้คอยเอาอกเอาใจคนอื่น มากกว่าครอบครัวของตัวเอง หรือต้องดิ้นรนคอยรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ให้เวลาแก่ผลประโยชน์ มากกว่าครอบครัว หรือต้องคอยประจบสอพลอคนอื่นเพื่อผลประโยชน์นั้น มักจะคิดว่าตัวเองฉลาดที่ทำแบบนั้นได้
โดยลืมนึกไปว่าเพราะความฉลาดนั้นแหล่ะ ทำให้ตัวเองกินไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่น ต้องคอยพินอบพิเทาคนอื่นเกินความจำเป็น
ลูกเอ๋ย......คนที่นอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องงาน เรื่องธุรกิจนั้น ล้วนเป็นคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดทั้งนั้นแหล่ะ คนที่ยอมตัวเป็นคนโง่หรือเป็นคนโง่จริงๆนั้น หัวถึงหมอนเมื่อไหร่ หลับยาวได้ตลอดทั้ง
คืน...ยอมเป็นคนโง่เสียบ้าง ก็ดีเหมือนกันนะลูก