แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yaowarat แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yaowarat แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Friend



สวัสดีครับเพื่อน ๆ และแล้วสงกรานต์ก็ผ่านพ้นไปแล้วราหลาย ๆ ท่านก็กลับมาทำงานตามปกติอากาศในปีนี้ร้อนมากทีเดียวเลยก็วันนี้อีกเช่นกัน(อาจจะมีเรื่องราวดี ๆ )มาแบ่งปันกันอีก

ขอให้ระมัดระวัง อย่าให้เป็นไข้
จงใช้สติปัญญา และสามัญสำนึกที่ดี
เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
ในฤดูที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงมาก
โดยใส่เสื้อผ้าให้บางขึ้น และอื่น ๆ
มีความระมัดระวัง และเตรียมตัวอย่างดีอยู่เสมอ
จงดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดีในแต่ละวัน และทุก ๆ วัน

นิยามของคำว่าเพื่อน

เพื่อนคือใคร ? มิตรที่หวังดีเป็นเพื่อนที่พร้อมจะเกื้อกูล ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่การช่วยเหลือก็อาจจะเป็นอำนวยความสะดวกสบาย ช่วยเหลือในคราวป่วยไข้ หรือช่วยธุรกิจการงาน แต่เพื่อนที่มีความหวังดีจริงๆ  คือ ช่วยให้บุคคลนั้นเป็นคนดี เพราะไม่ว่าจะเป็นคนในบ้าน นอกบ้าน หรือประเทศชาติ หรือโลก ที่จะสงบได้ก็เพราะคุณความดี ไม่ใช่เพราะความไม่ดี

ขอให้เพื่อนทุ่มเทความ

เพียรพยายามทุกอย่างในการเสริมสร้าง

มิตรภาพอันล้ำค่าของเรา

ขอให้พยายามส่งเสริมให้กำลังใจ

ตลอดจนให้ร่วมด้วยช่วยกัน

และสร้างความทรงจำดุจทองคำด้วยกัน

ขอให้เดินบนหนทางอันยิ่งใหญ่

ของความสุขด้วยกัน


วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ปาฏิหารย์แห่งการให้

สวัสดีครับ...กัลยาณธรรมทุก ๆ ท่านอากาศร้อนมากเลยครับสำหรับเดือน มีนา เมษา - พฤษภา เมื่อวาน 21 มีนาคม 2540 ก็เลยหลบร้อนเข้าวัดสงบจิต - สงบใจผมก็มัวแต่ไปดูแลเว็บ ฯ ของตัวเองในวันนี้ก็เลยแวะเข้ามา ใต้ร่มธรรม ระยะหลังนี้ก็เริ่มศึกษาธรรมะอย่างจริงจังบ้างครับเพราะมัวแต่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเยอะแล้ว



หัวข้อ.....ปาฏิหารย์แห่งการให้


1. ให้ เวลา แก่คนที่คุณรัก

2. ให้ ความรัก แก่คนในครอบครัว

3. ให้ ความกตัญญู แก่บุพการี

4. ให้ ความรับผิดชอบ แก่การทำงาน

5. ให้ อภัย แก่คนที่หลงผิด

6. ให้ ความรู้ แก่ผู้ที่ยังเขลา

7. ให้ ทาน แก่คนที่ยังขัดสน

8. ให้ อนาคตที่ดี แก่คนรุ่นหลัง

9. ให้ มิตรภาพ แก่คนทั้งโลก

10. ให้ ความทุ่มเท แก่งานที่ทำ

11. ให้ ความจริงใจ แก่สัมพันธภาพ

12. ให้ ความซื่อสัตย์ แก่การทำงาน

13. ให้ ความเสียสละ แก่ประเทศชาติ

14. ให้ ความยินดี แก่ผู้ประสบความสำเร็จ

15. ให้ ความปล่อยวาง แก่สิ่งสุดวิสัย

16. ให้ ความเป็นธรรม แก่ผู้ถูกรังแก

17. ให้ มรรคา แก่ผู้ที่ยังหลงทาง

18. ให้ ที่พึ่งทางใจ แก่ผู้สับสน

19 ให้ อิสรภาพ แก่ผู้ถูกกิเลสครอบงำ

20. ให้ โอกาส แก่ตนเองได้ลิ้มรสพระธรรม



วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันทัศนะคำสอนพุทธธรรม






ห่างหายไปหลายวันเลยเพราะว่าคอมพิวเตอร์เสียนั่งซ่อมจนเหนื่อยเลย วันนี้ - วันที่ 2 กรกฎา 2559 ผ่านพ้นไปครึ่งปีแล้วน่ะครับเอาล่ะผมมีเกร็ดเล็ก - เกร็ดน้อยมาฝากกันเช่นเคยเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตประจำวันอาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยและก็เดือนนี้มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2 วันคือวันเข้าพรรษา เดือนนี้เริ่มมีฝนตกแล้ว 2 เดือนที่ผ่านมาร้อนแทบทนไม่ไหว

การทำเรื่องเล็ก ๆ และ

ดูเหมือน{ตรากตรำ}ในแต่ละวัน

ทำให้เราสามารถสร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์

ดังนั้น วันนี้ก็เช่นกัน

ขอให้พยายามมุ่งไปข้างหน้า

แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ขอให้พยายามทำสิ่งที่รับผิดชอบเฉพาะของเราให้สำเร็จ

จุดสำคัญในความสำเร็จ

ของกิจกรรมหรือความเพียรพยายามใดๆ

คือความรวดเร็วที่เราทำงานให้ลุล่วง

และความสามารถในการเอาชนะขั้นเด็ดขาด

จังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ จงอย่าพลาด

ลุกโชนด้วย{พลังชีวิต}ที่ไม่อาจหยั่งวัดได้

บัดนี้เป็นเวลาที่ต้องมีชัยชนะในขณะปัจจุบัน

และเป็นผู้มีชัยชนะในแต่ละวันสำหรับพระพุทธศาสนานั้น

จุดประสงค์คือการขัดเกลากิเลสให้หมดจด

จึงจะเป็นผู้ที่ควรแก่การเคารพยกย่อง

การที่จะเป็นพุทธศาสนิกชนจริง ๆ ก็จะต้องพิจารณาให้รู้ว่า ธรรมใดเป็นคำสอนที่แท้จริงของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่พิจารณาจริง ๆ ก็จะไม่พ้นไปจากความเห็นผิด หรือมงคลตื่นข่าว ซึ่งถ้ามีความสนใจนิดหนึ่ง ก็จะพาไปสู่ความสนใจ และความขวนขวายยิ่งขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดก็จะไม่แสวงหาพระธรรมที่แท้จริง และจะไม่พิจารณาเหตุผลโดยละเอียด
พลังชีวิตของเราจะเข้มแข็งขึ้น
ตามความเพียรพยายามของเราที่ส่งเสริมกำลังใจแก่ผู้อื่น
นั่นคือ เมื่อสภาพชีวิตแห่งความสุขที่ยิ่งใหญ่และกว้างใหญ่เปิดออก
ขอให้สร้างความเป็นปึกแผ่นที่งดงามของประชาชนคนทั่วไป
ผู้ซึ่งเติบโตโดยการสนับสนุนและดูแลซึ่งกันและกันอยู่เสมอ

 Blog

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561

ความหมายของพระพุทธศาสนา

IMG_000000000201_110





เอาภาพสวย ๆ มาฝากกันพระอาจารย์ เย็นเซี้ยว มหาเถระ วัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง ให้โอวาทสรุปใจความสั้น ๆ ดังนี้เดิมจิตของเราเป็น พุทธจิต จิตใจเป็นพุทธเจ้า แต่ที่เราไม่ได้เป็นพุทธเจ้า เพราะถูกอวิชา คือความมืดครอบงำอยู่

พระพุทธศาสนา หมายถึง พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดจากการตรัสรู้ของพระองค์ ที่กว่าจะได้ตรัสรู้นั้นพระองค์ต้อง บำเพ็ญพระบารมีตลอดระยะเวลาที่ยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัป พระบารมีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง ให้มีความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของ สภาพธรรมตามความเป็นจริง พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามจนกระทั่งถึงความเป็นผู้หมดจดจากกิเลสในที่สุด จะเห็นได้ว่าเมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษาทรงพร่ำสอน

พุทธบริษัทบ่อย ๆ เนือง ๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระธรรมมีประโยชน์มาก ทำให้ผู้ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูก เห็นถูก เป็นไปเพื่อขัดเกลาละคลายกิเลส ดังนั้นพระพุทธศาสนาเจริญ เพราะมีผู้เห็นประโยชน์ ได้ฟังได้ศึกษามีความเข้าใจถูกเห็นถูก พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามด้วยความจริงใจ พระธรรมย่อมไม่มีวันอันตรธานไปจากใจของผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษาอย่างแน่นอน แต่ที่จะเสื่อมหรือจะอันตรธานไปในที่สุดนั้นก็เพราะไม่มีผู้ศึกษา ไม่มีผู้เข้าใจ

ไม่มีผู้น้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม ถ้าจะกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว สัตว์โลกผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม ย่อมเสื่อมจากพระพุทธศาสนา คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อยู่ในใจของสัตว์โลกเหล่านั้น ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรม

วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

ปาฎิหารย์มีอยู่ทุกหนแห่ง

IMG-0036




ปาฎิหารย์ มีอยู่ทุกหนแห่ง ปาฏิหารย์คือ"ความดีงาม"ปาฏิหารย์ คือ"ความรัก"ปาฏิหารย์คือ พระเจ้า ไม่ว่าคุณจะนับถือ ศาสนาใด ขอให้เชื่อมั่นในความ"ดีงาม"ขณะที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี้ผมได้ดูภาพยนต์เรื่อง Miracle from heaven ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้ สร้างจากเรื่องจริง ซึ่งผมเป็นคนดูหนังได้ทุกชนิด ไทย อินเดีย ฝรั่ง ญี่ปุ่น ดูได้หมด จะเป็นความบังเอิญหรือไม่ที่ผมได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้วนำมาบอกกล่าวเอาเป็นว่าไม่ได้โฆษณาหนัง แต่ประการใดใครกำลังมีความทุกข์อยู่ขอให้คุณทราบไว้ว่าคุณไม่ได้ทุกข์คนเดียวยังมี(เพื่อนทุกข์)อีกถ้าคุณนับถือศาสนาพุธก็ขอให้ศรัทธาในพระพุทธเจ้า(ศรัธาในคำสอนของพระองค์)ถ้าคุณนับถือศาสนคริสต์ก็ขอให้ศรัทธาในพระเจ้าสำหรับภาพถ่ายที่ทุกท่านเห็นอยู่ในคือนี้ คือ พระบรมสารีริกธาตุ ผมถ่ายภาพนี้ที่ท้องสนามหลวงนานหลายปีผ่านมาแล้ว สำหรับท่านที่สนใจหนังเรื่องนี้ลองไปหา DVD มาดูรับรองไม่ผิดหวังและบางทีท่านอาจได้คำตอบซึ่งจะตรงใจของแต่ละท่านหรือไม่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ลองค้นหาใน Google ก็ได้ให้พิมพ์คำว่า Miracle from heaven ผมไม่แน่ใจว่าใน youtube มีหนังเรื่องนี้หรือเปล่าน่ะ
อ้อ. !.!.เจอแล้วนำมาให้ดูเลยละกัน
ในเวลาที่ท่านหมดแรง สูญเสียความรู้สึกปีติยินดี และรู้สึกราวกับว่าเพียงแค่ทำอย่างขอไปที แต่ถ้าท่านปล่อยให้ตัวเองถูกพัดพาไป ท่านจะรู้สึกทั้งไร้พลังและไม่มีความสุข

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

记住乡愁{祖宗海}


ประเทศเทศไทยชอบทำลายสิ่งเก่า ๆ จนไม่เหลือสิ่งปลูกสร้างเก่า ๆ เลย ลูกหลาน ชาวจีนในประเทศไทยมีน้อยมากที่จะเข้าใจธรรมเนียมจีนอย่างแท้จริง 记住乡愁 สารคดี เล่าเรื่องชนบทของประเทศจีน ทุกแง่มุมทุกรายละเอียดการถ่ายทำได้อารมณ์ความเป็น อยู่ชาวชนบทของประเทศจีนอย่างแท้จริง มุมมองการถ่ายภาพยอดเยี่ยม ถ้าจะกล่าวถึง ชนบทของประเทศไทศอารธรรมของไทยไม่เหมือนประเทศอื่นมีแต่การทำลายรากเหง้า ประเทศของตนเอง 记住乡愁

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

คำชี้แนะโดยท่าน ฝน แสงสิงแก้ว

 

วันวิสาขบูชาได้ผ่านไปแล้วจึงนำข้อคิดดี ๆ มาฝากกันอีกครั้ง

จงอย่าอวดดี เมื่อเรื่องต่าง ๆ ไปได้ดี

ในสายลมที่ชื่นชอบ

ไม่หวั่นไหวกับสายลมแห่งความยากลำบากที่พัดมา

ขอให้รักษาความศรัทธาที่เด็ดเดี่ยวและต่อเนื่อง

ด้วยการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง

ให้เหมือนลำธารใสที่กำลังไหล

ดอกไม้แห่งความสุขที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้

จะเบ่งบานอย่างแน่นอน

ความผูกพันรักใคร่ในครอบครัว

เป็นรากฐานของความสุขแห่งชีวิต

เป็นรากฐานความเป็นปึกแผ่นของสังคม

ของประเทศเทศชาติและของโลกในที่สุด

ชีวิตสังคมย่อมตั้งต้นมาจากครอบครัว

ถ้าครอบครัวแตกแยก

หรือครอบครัวขาดความรักใคร่ผูกพันต่อกัน

ชีวิตในสังคมจะแตกแยกประดุจเงาตามตัว

ผลตามของสังคมแตกแยกทราบกันดีอยู่แล้ว

เช่นเรื่องของโรคจิต - โรคประสาทและเรื่องของ

อาชญากรรม เรื่องของเด็กเกเร เป็นต้น

จาก....วาทะของศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฝน แสงสิงแก้ว


วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

นิทานเหตุต้น - ผลกรรม


นานมาแล้วมีภิกษุถเฒ่ารูปหนึ่งทำการเรี่ยไรบอกบุญเพื่อซ่อมฐานพระพุทธรูป ออกบอกบุญอยู่หลายวันก็คงหาไม่ค่อยได้ ก็มีเด็กหัวเน่าพุพองคนหนึ่งมีอาชีพขายขนม - ปิ้งเห็นแล้วอดไม่ไหวก็เลยเอาเงินที่ขายขนมได้ทั้งหมดบริจาคให้หลวงพ่อไปด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนเกิดความซาบซึ้งใจยอมที่จะควักเงินออกมาทำบุญบ้าง หลวงพ่อจึงพอที่จะรวบรวมเงินบูรณฐานพระพุทธรูปได้แต่เด็กที่ขายขนมปิ้งกลับมีอันต้องเป็นไป เริ่มแรกก็ให้ตาบอด ต่อมาก็ตกบ่อตาย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านก็โจษขานไปทั่วว่าทำบุญ - ทำกุศลแล้วไม่ได้อะไร บาปบุญไม่ตอบสนอง หลวงพ่ออยู่ที่วัดเห็นว่าเด็กขายขนมปิ้งตายแล้วก็เลยทำป้ายวิญญาณให้ แล้ว

ทำการสมโภชด้วยว่าเด็กคนนี้ตายอย่างน่าอัศจรรย์แก่ประชาชนทั่วไปว่า เด็กคนนี้ได้อานิสงฆ์จาการทำบุญสร้างฐานพระพุทธรูปคือเด็กคนนี้มีเวร -กรรมมากชาตินี้เป็นเด็กหัวเน่าพุพอง ชาติต่อไปก็จะเป็นเด็กตาบอดและอีกชาติต่อไปก็จะตกน้ำตาย ด้วยอานิสงฆ์ในการทำบุญครั้งนี้ทำให้เวรกรรมใน 3 ชาติถูกรวบเป็นชาติดเดียว (จบ) เมื่อชาตินนี้เวรตอบสนองหมดแล้วต่อไปก็ไม่มีเวร - กรรมชั่วอีกแล้ว


ในวาระธรรมปลายนี้ กรรมเวรที่สั่งสมมาหลายสิบชาติตอบสนองหมดภายใน 1 ชาตินับเป็นเรื่องดีที่เป็นโอกาสหาได้ยากยิ่ง สิ่งที่พวกเราต้องการคือการมีชีวิตนิรันดร์ ไม่ใช่ชีวิตเป็นชาติ ๆ ไปและก็ไม่เห็นเฉพาะหน้าเท่านั้นหากแต่เป็นสิ่งแท้จริงพวกเราไม่อาจจำเพาะ - เจาะจงหรือว่ามีตรรกะว่าคนที่มีคุณธรรมที่ดีนั้นจะต้องมีร่างกายแข็งแรงและมีชีวิตยืนยาวหรือ – ตายดี เพราะเกี่ยวกับเรื่องกฏแห่งกรรมนี้ผู้มีคุณธรรมก็มีเหตุต้นผลกรรมทางคุณธรรม ด้านการแพทย์ก็มีเหตุต้น - ผลกรรมทางการแพทย์อย่างอื่นเช่นวิชาฟิสิกซ์ - วิชาเคมีก็มีเหตุผลอย่างเดียวกันไม่อาจนำเหตุต้นผลกรรมที่ไม่เหมือนกันมาวิจารย์หรือพูดปนกันมิฉะนั้นผลสรุปจะสูญเปล่าไม่เป็นความจริงยิ่งการตอบสนองของผลกรรมด้วยแล้ว ใช่ว่าทุก ๆ เรื่องจะปรากฏเห็นชัดบางเรื่องระยะยาวห่างกันหลายสิบปีบางอย่างถึง 100 ปีก็มีเรื่องของขุนพล งั๊กฮุย ที่ตายบอย่างป่าเถื่อนโหดร้ายด้วยอำนาจของกังฉิน ที่ศาลา คลื่นลมนั้นต่อมานานกว่า 100 ปีจึงถูกสถาปนาเป็น เหย่อู่มู่ กลายเป็นวิระบุรุษนักรบองค์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ประจักษ์ชัดเรื่องหนึ่ง แต่เรื่อง กฏแห่งกรรมเป็นเรื่องที่พูดถึง 3 ชาติ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง

เรื่องปรัชญาที่ว่าด้วยเหตุต้นผลกรรมนั้น จะไม่ขัดกับหลักสัจธรรม ปลูกแตงก็ได้แตง ปลูกถั่วก็ได้ถั่ว เป็นหลักธรรมแน่นอนเพียงแต่เวลาจะช้าหรือเร็วเท่านั้น ดังคำกล่าวที่ว่า บาปบุญย่อมตอบสนอง จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ชาวโลกยาก -  ดีมีจน อายุสั้น -ยาว โชคดี - โชคร้ายส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเรื่องที่ผ่านมาหรือยังมาไม่ถึงในพระสูตรว่า อยากดูเหตุในชาติที่แล้วก็ดูผลที่ได้รับในปัจจุบัน อยากรู้อนาคตก็อยู่ที่การกระทำในชาตินี้มีเรื่องเล่ากันมาว่าเมื่อก่อน.มีพ่อค้าคนหนึ่งยืมเงินจากเพื่อนไม่น้อย ซื้อสินค้าไว้จำนวนมากสินค้าขนไม่ไหวก็ซื้อม้ามาตัวหนึ่งเพื่อมาขนของพอเดินมาได้ 10 ลี้มาก็หยุดไม่ยอมเดินต่อ พ่อค้าถึงกับโกรธลงแส้ เอาขาถีบมันก็ไม่ยอมไป โกรธจนพ่อค้าคว้ามีดออกมาขู่ตะคอกม้า ก็เปิดปากพูดว่า เมื่อก่อนข้ายืมเงินท่านมา 10 ก่อนเงินวันนี้แบกมาให้ 10 ลี้ ยังไม่พ่ออีกหรือ เล่นเอาพ่อค้าตกใจ หลังจากนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะติดค้างหนี้สินอีกเลย


(จบนิทานตอนที่ 1)


การเดินทางนับพันไมล์เริ่มต้นจากก้าวแรก สิ่งนี้เป็นความจริงเช่นเดียวกันกับการเดินทางในชีวิตของเรารวมทั้งการเดินทางสู่เป้าหมายแห่งสันติภาพด้วยการช่วยกันเผยแพร่พระธรรมขององค์พระศาสดา ค่อย ๆ ไปที่ละก้าวอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง หนักแน่น รุดหน้าต่อไปแม้คนอื่นจะว่าเราโง่หรือบ้าแต่สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่าบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ซึ่งเราได้หว่านเมล็ดพืชคือ ธรรมมะการปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมให้อยู่ในขอบขันธสีมาแห่งโพธิญาณโดยไม่หวังอะไรตอบแทนเป็นเบื้องหน้า ชัยชนะของนักเผยแพร่พระธรรมคือการได้พัฒนาตนเองขัดเกลาตนเองวันละเล็ก - วันน้อและไม่นานเราย้อนกลับมาดูเราจะพบว่าตนเองเปลี่ยนแปลไปในทางดขึ้น ๆ เรื่อย.คือ บาปของเราถูกชำระ – ชะล้างให้เบาบางขึ้น


นิทานเหตุต้น 06-01-52 by wofe99



วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ความยากที่จะอุบัติขึ้นบนโลก


南无阿弥陀佛


尘世间有很多人常念"南无阿弥陀佛 却不知南无阿弥陀佛"是什么意思,甚至有些老人虔诚地念了几十年 南无阿弥陀佛 竟然也不知"南无阿弥陀佛"是什么? 口念南无阿弥陀佛 而不知"南无阿弥陀佛"表示什么可称得上迷信 而那些自己不懂(南无阿弥陀佛) 是什么 就说别人念"南无阿弥陀佛是迷信的人同样也是迷信 其本质是相同的--盲目相信 佛"是指觉悟者。有觉悟的人就是佛。你有了觉悟,你就是佛 因此 佛不在天上,佛在人间 佛在心中 佛不是迷信者的化身,而是觉悟者的称号 阿弥陀佛是一个有无量功德的觉悟者"的名字,就像我们有自己的名字一样,是一个符


号 一个为了区别于他人而起的代号 代码 阿弥陀佛,又简称"阿弥陀"或"阿弥"均指有无量功德的觉悟者--如来 也即"释迦牟尼 因而 阿弥陀佛又称阿弥陀如来 如同人有别称一样 阿弥陀佛共有十三个称号 其中有十二种与"光"方面有关 一种与寿命方面有关,前者总称"无量光佛 后者称 无量寿佛 南无 是归向于 礼敬于之意 南无阿弥陀佛的通俗语解释是:向阿弥陀佛致敬(向如来佛致敬)! 然而,南无阿弥陀佛除了狭义的解释之外,在广义上是指:向一切有觉悟的人致敬。 觉悟者的标准是什么呢?有低标准和高标准 低标准是"度己 即从自己做起,断恶修善 遵纪守法 淡薄名利 积功累德 清净放下,随缘(缘起、缘聚、缘散、缘灭 诸法从缘生 还从


因缘灭")而不攀缘 高标准是"度己度人",除了自己修持成为觉悟者之外 还要帮助别人成为觉悟者 广结善缘 普度众生 弘扬佛法慈善布施(布施 是指"舍 俗话说"舍得 是一种因果关系 有舍才有得 先要诚意为别人 才能得到别人为自己) 然而 无论"度己"还是"度人 前提都要先做到"看破、放下 放下 看破 什么叫看破?看破就是要淡化世事境缘的"无常"(没有亘古不变的东西 一切都在瞬息万变之中 如梦幻泡影,如露亦如电 假有(因缘而合 因缘而分所表现出来的"存在"及"存在者")理解其虚幻变化规律--无常中的有常。既不沉迷于 有"(只是"妙有"偶有 像量子力学的"超弦一样 是一种临时的组合)也不执着于"无"(万事万物均无中生有、有生于无,真空不空,有归于无)。无"色"(色指物质、存在)但不"空(非有无)虽 空 但有"色 一分为三"曰 空 有 中 和其相联"则"三为一体 不固守色空 不粘着色空,洞明"诸相非相 不拘泥于两边而立于中道 行于中道 放下 首先要认识佛家常说的万般将不去唯有业随身 进而提高到"万般将不去 修业亦离身"的境界

สุขาวดีพุทธเกษตร

พระอมิตาภะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเสด็จ สำราญพระอิริยาบถ อยู่ในเขตวนารามของท่านอนาถปิณฑกะ ใกล้กรุงสา วัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมูใหญ่ คือภิกษุ 1,250 รูป ผู้แตกฉานในอภิญญา เป็นพระเถระมหาสาวกล้วนแต่พระอรหันต์เจ้า เช่น พระศาริบุตรเถระ พระมหาเมาท คัลยายนะ พระมหากาศยปะ พระมหาศุทธิปัถกะ พระนันทะ พระอานันทะ พรารหุละ พระความปติ พระภรัทวาชะ พระกาโลทยิน พระวักกุละและพระอนิรุทธะ กับพระสาวกอื่นอีกมากหลาย ตลอดจนพระโพธิสัตว์มหาสัตว์ เป็นอันมาก เช่น พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระกุมารภูติโพธิสัตว์ พระอชิตโพธิสัตว์ พระคันธหัสดีโพธิสัตว์ พระนิตโยทยุกตโพธิสัตว์และพระอนิกษิปตธุรโพธิสัตว์ กับพระโพธิสัตว์ มหาสัตว์ อื่นอีกมากมายและ ท้าวศักระจอมเทพ ท้าวสหัมบดีพรหม กับเทพบุตรอื่น ๆ เป็นอันมาก นับจำนวนแสนนยุตะ (1นยุต100000โกฏิ) ณ สถานที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะพระศาริบุตรผู้มีอายุว่า ดูก่อนศาริบุตร ในทิศภาคเบื้องตะวันตก นับแต่พุทธเกษตรนี้ไปแสนโกฏิพุทธเกษตร มีโลกธาตุหนึ่ง นามว่า สุขาวดี อันเป็นที่ประทับอยู่แห่งพระอมิตาภะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยังทรงพระชนม์และแสดงธรรมอยู่ในกาลบัดนี้ ศาริบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เหตุดังฤาโลกธาตุโลกธาตุนั้นจึงได้นามว่าสุขาวดี. ศาริบุตรเอย สัตว์ทั้งหลายในโลกธาตุนั้น ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจเลย มีแต่เหตุแห่งสุขอันหาประมาณมิได้อย่างเดียว เหตุดังนั้น โลกธาตุนั้นจึงได้นามว่าสุขาวดี ดู

ก่อนศาริบุตรอนึ่ง.สุขาวดีโลกธาตุประดับประดาแวดล้อมไปด้วยกำแพง 7 ชั้น ต้นตาล 7 แถว และข่ายกะดึงทั้งหลายงดงามน่าดูด้วยรัตนะ 4 ประการคือ ทอง เงิน ไพฑูรย์ ผลึก ศาริบุตรเอย พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้. ดูก่อนศาริบุตร อนึ่ง สุขาวดีโลกธาตุมีสระโบกขรณีทั้งหลายอันแล้วด้วยรัตนะ 7 ประการ คือ ทอง เงิน ไพฑูรย์ ผลึก ทับทิม มรกต

และบุศราคัม เปี่ยมด้วยอัษฎางคิกวารี(น้ำประกอบด้วยองค์แปด) มีท่าน้ำอันเรียบราบพอที่กา(จะก้มลง)ดื่มได้ รายระยับไปด้วย ทรายทองและมีบันได 4 บันไดโดยรอบทั้ง 4 ทิศ งดงามน่าดูด้วยรัตนะ 4 ประการ คือทอง เงิน ไพฑูรย์ ผลึก มีรัตนพฤกษ์อันงดงามน่าดูด้วยรัตนะ 7 ประการ คือ ทอง เงิน ไพฑูรย์ ผลึก ทับทิบ มรกตและบุศราคัม ขึ้นอยู่รายรอบสระโบกขรณีเหล่านั้น มีดอกประทุมอันมีธรรมชาติ สี แสง ความน่าดู เขียว เหลือง แดง ขาวและสลับสีใหญ่ประมาณเท่ากงเกวียน ศาริบุตรเอย พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้ดูก่อนศาริบุตรอนึ่งในพุทธเกษตรนั้น มีหงส์ นกกะเรียน นกยูง ประชุมกันขับประสานเสียงของตน คืนละ 3 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง เสียงของปวงนกที่ประสานกันนั้นย่อมเปล่งประกาศอินทรีย์(ธรรมอันเป็น

ใหญ่)พละ(ธรรมเป็นกำลัง)และโพชฌงค์(ธรรมเป็นองค์แห่งการตรัสรู้) มนุษย์ทั้งหลายในพุทธเกษตรนั้น ฟังเสียงนั้นแล้วย่อมเกิดมนสิการในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ศาริบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นว่า สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้เกิดในกำเนิดดิรัจฉานกระนั้นหรือ เธอไม่พึงเห็นอย่างนั้นเลย ข้อนั้นเพราะเหตุดังฤา ศาริบุตร แม้แต่ชื่อแห่งนรก กำเนิดดิรัจฉานและยมโลก ก็ไม่มีในพุทธเกษตรนั้น หมู่นกเหล่านั้น พระอมิตาภะยุคถาคตเจ้าทรงนิรมิตขึ้นให้เปล่งเสียงประกาศพระธรรมต่างหาก ศาริบุตร พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองค์คุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้ ดูก่อนศาริบุตรอนึ่งแถวต้นตาลและข่ายกระดึงทั้งหลาย

ในพุทธเกษตรนั้น เมื่อลมโชยมากระทบ ย่อมเปล่งเสียงไพเราะจับใจดุจเสียงทิพยดนตรีมีเครื่องประกอบแสงโกฏิ อันอารยชนบรรเลงแล้วมนุษย์ในพุทธเกษตรนั้น สดับเสียงนั้นแล้วย่อมพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังหานุสสติตั้งอยู่ในกาย ศาริบุตรเอย พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้ ดูก่อนศาริบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เหตุดังฤา พระตถาคตเจ้านั้นจึงได้พระนามว่า อมิตายุ ศาริบุตรเอย พระตถาคตเจ้าและมนุษย์เหล่านั้น มีประมาณแห่งอายุอันกำหนดนับมิได้. เหตุดังนั้น พระองค์จึงได้พระนามว่า อมิตายุ อนึ่ง.พระตถาคตเจ้านั้นตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้วได้ 10 กัลป์ ดูก่อนศาริบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เหตุดังฤา

พระตถาคตเจ้านั้นจึงได้พระนามว่า อมิตาภะ รัศมีแห่งพระตถาคตเจ้านั้น(สว่างไป)ไม่ติดขัดในพุทธเกษตรทั้งปวง เหตุดังนั้น พระองค์จึงได้พระนามว่า อมิตาภะ อนึ่ง พระองหันตสาวกสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ของพระตถาคตเจ้านั้น หาประมาณมิได้ ไม่เป็นการง่ายที่จะกล่าวประมาณ ศาริบุตรเอย พุทธเกษตรนั้นประดับด้วยองคคุณประจำพุทธเกษตรเห็นปานนี้ ดูก่อนศาริบุตร สัตว์ที่เกิดขึ้นในพุทธเกษตรของพระอมิตายุตถาคตเจ้า เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บริสุทธิ์ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีกเกี่ยวเนื่องอยู่เพียงชาติเดียว การนับประมาณพระโพธิสัตว์เหล่านั้น มิใช่ทำได้โดยง่าย นอกจากจะนับว่า อประไมย(ประมาณไม่ได้) องสไขย(นับไม่ได้) อนึ่งศาริบุตร สัตว์ทั้งหลายควรตั้งประณิธาน(ที่จะไปเกิด)ในพุทธเกษตรนั้นข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าที่ไหนเล่า การได้อยู่ร่วมกันสัตบุรุษเห็นปานนั้นจึงจะมีได้(เหมือนในสุขาวดีนี้)ศาริบุตร สัตว์ทั้งหลาย ย่อมบังเกิดในพุทธเกษตรของพระอมิตายุตถาคตเจ้า มิใช่ด้วยกุศลมูลเพียงเล็กน้อย ศาริบุตร กุลบุตรหรือกุลธิดาไร ๆ จักได้สดับพระนามของพระอมิตายุคถาคตเจ้านั้น ครั้นสดับแล้วจักมนสิการ

จักมีจิตต์ไม่ซัดส่าย มนสิการตลอดราตรีหนึ่ง หรือ 2 ราตรี หรือ 3 4 5 6 7 ราตรี เมื่อกุลบุตรหรือกุลธิดานั้นจักสิ้นชีพ พระอมิตายุคถาคตเจ้านั้น อันสาวกสงฆ์แวดล้อมมีหมู่พระโพธิสัตว์ตามหลัง จักปรากฏเบื้องหน้าเขาผู้กำลังสิ้นชีพ เขาย่อม มีจิตต์สงบสิ้นชีพไป ครั้นสิ้นชีพแล้วก็จะไปเกิดในสุขาวดีโลกธาตุอันเป็นพุทธเกษตรของพระอมิตายุค ถาคตเจ้านั้นแล ศาริบุตรเอย เหตุดังนั้นแหละ เราเห็นอำนาจประโยชน์นี้ จึงกล่าวว่า กุลบุตรหรือกุลธิดาพึงตั้งจิตตประณิธาน (ที่จะไปเกิด) ในพุทธเกษตรนั้นโดยเคารพ ดูก่อนศาริบุตร เราประกาศเรื่องโลกธาตุนั้นอยู่ในบัดนี้ฉันใด พระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศบูรพาเป้นต้นว่า พระอักโษภยตถาคต พระเมรุธวัชตถาคต พระมหาเมรุธวัชตถาคต พระเมรุประภาสตถาคต พระมัญชุธวัชตถาคต กับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลายในทิศบูรพา อุปมาด้วยเกล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้นแล ต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรของพระองค์ว่า ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจิตไตย อันได้นามว่า ได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ดูก่อนศาริบุตร
พระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศทักษิณเป็นต้นว่า พระจันทรสูรยประทีปตถาคต พระยศประภะตถาคต พระมหารุจิสกันธตถาคต พระเมรุประทีปตถาคต พระอนันตวีรยตถาคตกับพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายในทิศทักษิณ อุปมาด้วยเมล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้นต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรของพระองค์ว่า ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจินไตย อันได้นามว่า ได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ดูก่อนศาริบุตร พระตถาคตเจ้าทั้งหลายในทิศประจิมเป็นต้นว่า พระอมิตายุคถาคต พระอมิตสกันธตถาคต พระอมิตธวัชตถาคต พระมหาประภะตถาคต พระมหารัตนเกตุตถาคต พระศุทธรัศมิประภะตถาคต กับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทั้งหลายในประจิม อุปมาด้วยเมล็ดทรายในคงคานทีก็ฉันนั้น ต่างอธิบายประกาศทั่วพุทธเกษตรของพระองค์ว่า ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังธรรมบรรยายนี้ อันประกาศซึ่งคุณเป็นอจินไตย อันได้นามว่า ได้รับความคุ้มครองแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

ใครตอบได้บ้างตายแล้วไปไหน ?



เรื่องที่ 1 ตายไม่สูญแล้วไปไหนความจริงตายแล้วไม่สูญและตายแล้วไปไหนนี้ไม่น่าจะเป็นที่ข้องใจของท่านเลย เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วอย่างละเอียดว่า เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ทางที่ไปก็มี 5 สายคืออบายภูมิ ได้แก่เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย และเป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดเป็นมนุษย์ เกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ เกิดเป็นพรหม ไปพระนิพพาน ท่านที่ตายแล้วจะไปเกิดที่ใด พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกเหตุที่จะไปเกิดไว้ครบถ้วนตามกฎของกรรมคือการกระทำ ได้แก่ความประพฤติดีหรือชั่วในสมัยที่เกิดเป็นมนุษย์นี้เอง กฎของกรรมหรือความประพฤติดีหรือชั่ว ที่จะพาไปเกิดในที่ใดที่หนึ่ง ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ 5 ทางนั้น ท่านว่าไว้อย่างนี้แดนเกิดสายที่หนึ่งที่เรียกว่า

อบายภูมิแดนเกิดสาย ที่หนึ่ง ที่เรียกว่า อบายภูมิ มีนรกเป็นต้นนั้น เป็นผลจากความประพฤติชั่ว คือก่อกรรมทำเข็ญในสิ่งที่สร้าง ความเดือดร้อนให้แก่คนและสัตว์ ท่านจัดกฎใหญ่ ๆ ไว้ 5 ประการคือ เป็นคนมีใจโหดร้าย ชอบข่มเหงรังแก เบียดเบียนคนและสัตว์ให้ได้รับความเดือดร้อนโดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความดี หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ 1 มือไว ชอบลักขโมยของที่เจ้าของยังไม่อนุญาต หรือฉ้อโกงเอาทรัพย์สินของคนอื่นด้วยเล่ห์กลโกง หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ 2 ใจเร็ว ได้แก่มีจิตใจไม่เคารพในความรักของคนอื่น ชอบลอบทำชู้ บุตร ภรรยาและธิดา สามี ของคนอื่นด้วยความมัวเมาในกามคุณ หมายถึง

ละเมิดศีลข้อที่ 3 พูดปด ได้แก่พูดไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อหวังทำลายประโยชน์ของผู้อื่นโดยเจตนา หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ 4 ชอบทำตนให้เป็นคนหมดสติ ด้วยการย้อมใจให้หมดความรู้สึกในการรับผิดชอบด้วยนํ้าเมา หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ 5 กรรม คือความ ประพฤติในกฎ 5 ประการนี้ ท่านว่าตายจากความเป็นคนแล้วไปสู่อบายภูมิมีตกนรกเป็นต้นแดนเกิดสายที่สอง คือเกิดเป็นมนุษย์แดนเกิดสาย ที่สอง คือเกิดเป็นมนุษย์ ท่านว่าคนที่ตายแล้วจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ ต้องมีกรรมบถ 10 หรือที่รู้กันง่าย ๆ ก็คือ เป็นคนมีศีล 5 ประจำได้แก่เป็นคนมีเมตตาปรานี ไม่รังแกข่มเหง ทำร้ายใครไม่ว่าคนหรือสัตว์ มีความรัก เมตตาปรานีคนและสัตว์เสมอด้วยรักตนเอง ไม่มือไว คือเคารพสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลอื่น ไม่ยอมถือเอาทรัพย์สินของใครมาเป็นของตน ในเมื่อเจ้าของไม่อนุญาตด้วยความเต็มใจ ไม่ใจเร็ว ละเมิดความรักในบุตร ธิดา ภรรยา สามีของบุคคลอื่น ไม่เป็นคนไร้สัจจะ พูดแต่เรื่องที่เป็นสาระตรงต่อความเป็นจริง ทำตนให้เป็นคนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ คือเป็นคนมีอารมณ์รับรู้ความดีความชั่วตามกฎของกรรม ไม่ปล่อยใจให้เลื่อนลอยด้วยน้ำเมาต่าง ๆ ท่านที่ทรงความดี 5 อย่างนี้ได้ ท่านว่าตายจากความเป็นคนแล้ว

มีสิทธิ์กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ได้แดนเกิดสายที่สามได้แก่สวรรค์แดนเกิดสาย ที่สาม ได้แก่สวรรค์ อาการที่ทำให้คนเกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าบนสวรรค์ ท่านบรรยายไว้มาก แต่เมื่อสรุปกล่าวโดยย่อมี 2 อย่างคือเป็นคนมีความละอายต่อความชั่ว ไม่ยอมทำชั่วในที่ทุกสถาน เกรงผลของชั่ว จะทำให้เกิดความเดือดร้อน เหตุ 2 ประการนี้ เป็นผลทำให้ตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าแดนเกิดสายที่สี่ได้แก่พรหมโลกแดนเกิดสายที่สี่ ได้แก่พรหมโลก พรหมกับเทวดามีดินแดนที่เกิดเป็นคนละแดนกัน พรหมท่านว่าศักดิ์ศรีดีกว่าเทวดาและมีชั้น ภูมิสูงกว่า มีอำนาจมากกว่า มีความสุขดีกว่า ความสวยสดงดงามก็ดีกว่าเทวดา แต่พรหมไม่มีเพศคือไม่มีเพศหญิงเพศชาย ทั้งนี้เพราะพรหมไม่มีการครองคู่ อยู่โดดเดี่ยวอย่างพระสงฆ์ตามวัดคือไม่มีภรรยาสามี ท่านว่ามีความสุขสงบสงัด ท่านที่จะเป็นพรหมได้ท่านว่า ต้องเป็นนักกรรมฐานและมีอารมณ์จิตสุดท้ายก่อน ตายอารมณ์จิตเป็นฌานที่เรียกว่า เข้าฌานตายแดนเกิดสายที่ห้าได้แก่พระนิพพานแดนเกิดสาย ที่ห้า ได้แก่พระนิพพาน แดนนี้เป็นเขตที่รู้เรื่องกันยากมาก เพราะนักปราชญ์สมัยนี้ถือว่า นิพพานสูญ กันเป็นประเพณีไปแล้ว ขอบอกไว้ย่อ ๆ ว่า คนที่จะถึงพระ

นิพพานได้นั้นต้องมีความบริสุทธิ์ 10 อย่างคือไม่เมาในตนเองหรือวัตถุต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นสมบัติของตน รู้สึกเสมอว่าจะต้องตายและพลัดพรากจากของรักของชอบใจแน่นอน ไม่มีอะไรที่จะมาห้ามความตายและความพลัดพรากได้ ทำจิตใจเป็นปกติเมื่อความตายมาถึงหรือเมื่อต้องพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงสอนตามความเป็นจริงว่า ทุกอย่างในโลกนี้ไม่ว่าสิ่งที่มีชีวิตต้องทำลายตนเองลงในเมื่อกาลเวลามาถึงไม่มีอะไรทรงสภาพเป็นปกติอยู่ได้ ใครทำความดี ความดีก็คุ้มครองให้มีความสุขใจ ใครทำชั่ว ความชั่วจะบันดาลความเดือดร้อนให้ แม้ผู้อื่นยังไม่ลงโทษตนเองก็มีความหวาดสะดุ้งเป็นปกติ รักษาศีลมั่นคง ดำรงจิตอยู่ในศีลเป็นปกติ ทำลายความใคร่ในกามารมณ์ให้สิ้นไปจากใจ ด้วยอำนาจความรู้ถึงความจริง รู้ว่าความรักเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ ภัยอันตรายที่มีขึ้นแก่ตนเพราะอาศัยความรักเป็นเหตุ มีจิตใจเต็มไปด้วยความเมตตาปรานี ไม่โกรธไม่จองล้างจองผลาญคิดทำอันตรายใคร ไม่ว่าใครจะแสดงอาการอย่างไร จิตก็ไม่คลายจากความไม่มัวเมาในรูปฌาน โดยคิดว่าการที่ตนทรงรูปฌานได้นี้ เป็นผู้ถึงที่สุดของความดี เมาฌานจนไม่สนใจความดีที่ตนยังไม่ได้ ไม่มัวเมาในอรูปฌาน โดยคิดว่าความดีเพียงเท่านี้ ยังไม่เป็นทางสิ้นทุกข์ มีอารมณ์เป็นปกติ ไม่คิดถึงเรื่อง

อารมณ์เหลวไหล มีจิตใจเต็มไปด้วยความหวังดี ไม่ว่าต่อคนหรือสัตว์ ตลอดเวลาที่ตื่นอยู่ ไม่ถือตน ทะนงตน ว่าดีเลิศประเสริฐกว่าใคร มีอารมณ์ใจเป็นปกติ เห็นคน สัตว์ ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของธรรมดาที่จะต้องตายจะต้องสลายไป และมีอารมณ์ไม่หวั่นไหวเมื่อเข้าสังคมสมาคมใด ๆ มีอาการเป็นเสมือนว่าสังคมนั้น สมาคมนั้นๆ เป็นกลุ่มของคนที่ต้องตาย ไม่ทำตัวใหญ่หรือเล็กจนน่าเกลียด ทำตนพอเหมาะพอสมควรแก่สมาคมนั้น ๆ เรื่องของเขา เขาจะดีจะชั่วก็ตัวของเขา เราช่วยได้เราก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็เฉยไว้ ไม่สนใจที่จะไปเบ่งบารมีทับใคร ตัดความรักความพอใจในโลกีย์วิสัยให้หมด งดอารมณ์อยากดีอยากเด่น ทำอารมณ์เป็นพระพุทธในพระอุโบสถพระพุทธท่านยิ้มเสมอ ท่านที่จะถึงพระนิพพานต้องยิ้มได้อย่างพระพุทธ ใครจะดีจะชั่วก็ยิ้ม เพราะเห็นเป็นของธรรมดามันหนีไม่ได้ไล่ไม่พ้น เมื่อยังมีตัวตนเป็นคนมันก็ต้องพบอาการอย่างนี้อยู่ ก็สบายใจ ความตายจะมาถึงก็ไม่สะดุ้งหวาดกลัวเพราะรู้ตัวอยู่เสมอว่าจะ

ต้องตาย มีอารมณ์ใจปกติ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่ผูกพันทรัพย์สินหรือสัตว์หรือบุคคลอื่น เท่านี้ก็ไปพระนิพพานได้ เมื่อพูดกันมาถึงทางหรือแดนเป็นที่ไปเมื่อตายแล้วว่ามี 5 ทาง ท่านอาจจะสงสัยว่าเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนั้น จะมีทางใดพิสูจน์ความจริงได้บ้างว่า คำสอนนั้นตรงต่อความเป็นจริง เคยมีใครบ้างไหมที่ฟังแล้วและเรียนข้อวัตรปฏิบัติตามไม่ใช่เรียนแล้วเอามาคุยอวดกัน ต้องเรียนแบบฝรั่งไม่ใช่เรียนแบบไทย ฝรั่งเขาสงสัยอะไรเขาค้นคว้าหาความจริงว่ามีหรือไม่เพียงใด สมัยนี้แม้แต่ดวงจันทร์ที่ทุกท่านคิดว่าเป็นของเกินวิสัย แต่ฝรั่งเขาไปดูจนได้เพราะเขาเรียนแล้วปฏิบัติด้วย ที่ว่าเรียนแบบไทยก็เพราะคนไทยเป็นคนมีบุญ ทุกอย่างไม่ต้องลงทุนคอยดูฝรั่งแสดงก็พอใจได้เปรียบกว่าฝรั่งมาก แต่ทว่าเนื้อแท้แล้ว เราก็รู้เพียงเขาว่าไม่ใช่เราเห็นเองเรื่องของ การตายแล้ว ไม่สูญ และ ตายแล้วไปไหน ก็เหมือนกัน ถ้าเรียนกันแบบอ่านหนังสือแล้วก็ตั้งแง่สงสัยหรือเอาความรู้จากหนังสือที่ อ่านจำได้แล้วเอา

ไปเบ่งบารมีกัน ก็ไม่ต่างอะไรกับคนนอนฝันหาความจริงไม่ใคร่ได้ ถ้าจะพบความจริงบ้างก็ต้องบังเอิญจริง ๆ หลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อรู้ว่าตายแล้วไปไหน ท่านสอนไว้ในหลักสูตรของวิชชาสาม ท่านให้เจริญสมาธิคือ เจริญกสิณกองใดกองหนึ่ง หรือเอากสิณเฉพาะเพื่อทิพจักขุญาณ ท่านให้ใช้เตโชกสิณเพ่งไฟ หรืออาโลกสิณเพ่งแสงสว่าง หรือโอทาตกสิณเพ่งสีขาว จนมีสมาธิถึงขั้นอารมณ์เริ่มเป็นทิพย์คือถึงอุปจารฌาน แล้วถือนิมิตกสิณเป็นสำคัญฝึกดูสวรรค์ นรก และพรหมโลก ถ้าทรงวิปัสสนาญาณด้วย ก็พิสูจน์พระนิพพานด้วยได้ การพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าต้องฟังแล้วปฏิบัติตาม ท่านจึงจะหมดข้อ

สงสัยเพราะท่านรู้เองเห็นเอง แต่ถ้าฟังกันแล้วแต่ไม่ทำตาม ความหวังที่ตั้งใจต้องล้มเหลวแน่เพราะเป็นเพียงเสือกระดาษจะกัดใครตายได้ เวลานี้มีผู้ฝึก มโนมยิทธิเพื่อพิสูจน์คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสว่า ตายแล้วไม่สูญ แดนอบายภูมิ แดนสวรรค์ แดนพรหม และแดนพระนิพพาน นั้นมีจริง เขาฝึกกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก ต่อไปก็จะขอนำเรื่องราวของท่านผู้ที่ตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ และได้ไปพบไปเห็นในแดนต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นตัวอย่างให้ท่านทั้งหลายได้ทราบตามความเป็นจริงว่าตายแล้วไม่สูญ

Sometim Home

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความรู้จากไตรโลกวิตถาร‬

IMG_00000006200911_S00014


ความรู้จากไตรโลกวิตถาร‬ เรียบเรียงโดยท่านพระครูศิริปัญญามุนี 

นำมาให้อ่าน เพื่อความพิจารณา เพื่อความไม่ประมาท ว่าระยะเวลาที่เหลือ อีกสองพันกว่าปีนี้ เราจะสามารถข้ามฝั่งแห่งวัฏฏได้หรือไม่ เวลามีอีกไม่มากแล้ว ๕๐๐ ปี นางภิกษุณีหมด ๑๐๐๐ ปี พระอรหันต์หมด ๒๐๐๐ ปี ผู้ทรงพระไตรปิฎกหมด ๒๐๐๐ ปี เศษ พระภิกษุที่เป็นอลัชชี จะไม่มีความละอายบาป จะประพฤติบาปล่วงสิกขาบท ต่างๆ เช่น มีการเล่นหมากรุก การพนันต่างๆ จึงถึงเกี้ยวผู้หญิงเป็นที่สุด ภิกษุจะนุ่งห่มดังฆราวาส มีผ้าลายและผ้าสีต่างๆ จะทำตัวเป็นหมอขับผีภูติพราย ด้วยมนต์คาถา และเป็นหมอยารักษาไข้เอาปัจจัยของชาวบ้าน จะเป็นทูตนำจ่าวสารของคฤหัสถ์ จะรับเงินทองซื้อของจากฆราวาส จะขาดลงพระอุโบสถ จะลงเพียงอนิยต และสังฆาทิเสส จะทรงเพศแต่โกนผม และนุ่งห่มผ้าเหลือง สิกขาบทจะหมดไปเนืองๆ ไม่ครบ ๒๒๗ ๓๐๐๐ ปี ภิกษุสงฆ์ไม่ลงอุโบสถ ๔๐๐๐ ปี พระภิกษุสงฆ์จะทรงไตรจีวรไม่ครบ ๓ ผืน ๕๐๐๐ ปี พระภิกษุสงฆ์จะทรงผ้าเหลืองน้อยผูกข้อมือ และพันคอเป็นที่สุด จะมี

บุตรภรรยาทำไร่ไถนาค้าขายเหมือนฆราวาส เรียกว่าโคตรภูสงฆ์ ๕๐๐๐ ปีผ่านไป ไม่มีพระสงฆ์ปรากฎอยู่ เรียกว่า ลึงคะอันตรธาน การเสื่อมแห่งศาสนา(อันตรธาน) ๕ ประการ ปริยัติอันตธาน คือ ไม่มีผู้เล่าเรียน พระสูตร พระวินัย พระปรมัตถ์ โดย เมื่อพระปริยัติจะเสื่อม จะเสื่อมพระปรมัติลงมา คัมภีร์พระมหาปัฏฐานเสื่อมก่อน เมื่อพระสูตรเสื่อม จะเสื่อมจากคัมภีร์อังคุตรก่อน เมื่อชาดกเสื่อม จะเสื่อมจาก เวสสันดรก่อน เมื่อพระวินัยเสื่อม จะเสื่อมจากคัมภีร์บริวารก่อน แล้วไล่ลงมาจนถึงพระคาถา ๔ บาท

ปฎิบัติอันตรธาน คือ ไม่มีผู้ปฏิบัติสมาธิ ปัญญา ให้บริบูรณ์ขึ้น โดย เมื่อข้อปฏิบัติเสื่อม ปัญญาจะเสื่อมก่อนไล่ลงมาหาสมาธิ และ ไล่ไปถึง ศีล๒๒๗ข้อ เมื่อเมื่อศีล ๒๒๗ข้อจะเสื่อม เริ่มเสื่อมจาก เสขียวัตร(มารยาท) ก่อน จากนั้น จะไม่มีการลงอุโบสถ มาจนถึงปาราชิก ๔ จนหมดศีล ๒๒๗ข้อ แล้วศีล๕ ไตรสรณคมน์หมดไป ปฏิเวธอันตรธาน คือไม่มีผู้ตรัสรู้มรรค ผล คือการเสื่อมจากพระอรหันต์ ลงมา

จนถึงพระโสดาบัน ลึงคอันตรธาน คือ เพศธาตุจะสูญสิ้นหมดไป คือ การเสื่อมแห่งสงฆ์ จะเริ่มจากไตรจีวรก่อน(นุ่งห่มไม่ถูกตามบัญญัติ) ไปจนถึงผ้าน้อยห้อยหู และหมดไป ธาตุอันตรธาน คือ การที่พระธาตุสูญไป โดยพระธาตุในที่ต่างๆ มาประชุมกันใน กระทำอาการเหมือนพระพุทธรูป เปล่งออกซึ่งรัศมี ๖ ประการ เทพยาดาในหมื่นจักรวาฬ มาประชุมกันสักการบูชา เตโชธาตุ ก็ติดขึ้น ลุกโชนตั้งแต่พระสารีริกธาตุรุ่งโรจน์ไปถึงพรหมโลกไหม้พระสารีริกธาตุให้สูญไป นับเป็นการสิ้นสุด แห่งพุทธศาสนาของโลกในยุคนี้